Sunday, December 27, 2009
Sunday, August 9, 2009
Friday, March 13, 2009
ภูเขาทอง

ขอบคุณภาพสวยจากคุณปอมค่า..
http://pompomgirls.multiply.com/
วันนี้ตั้งใจจะไปชิมขนมเบื้องแถวบางลำภู จิระเย็นตาโฟ
แต่หาร้านข้าวแช่ร้านนั้นไม่เจอ อดกินเลย..
แล้วก็เดินเรื่อย ตระเวนชิมแถว ศาลเจ้าพ่อเสือ
ขนมเบื้องญวนร้านแม่ละเมียด ว่าจะไปชิมขนมเบื้องแพร่งนรา
แต่ร้านยังไม่เปิด ร้านเค้าเลยอดได้ตังค์เราเลย
เดินมาเรื่อย เลยแวะไปดูร้านน้ำอบนางลอยเสียหน่อย
ได้น้ำอบมาขวดหนึ่ง 35 บาท ว่าจะเอาไว้ใช้ตอนสงกรานต์ ขวดมันสวยดี
แล้วก็เดินเรื่อยเห็นภูเขาทอง แต่ว่ายังไม่เคยขึ้นไปเลย
เลยคิดว่าจะไปเสียหน่อย วันนี้ไม่รีบด้วย ไปแบบไม่ได้เตรียมตัวเลยบูชาอะไรได้ไม่มาก
กว่าจะเดินขึ้นมาถึงด้านบน เล่นเอาหอบเหมือนกัน แต่ไปแล้วไม่ผิดหวัง
ไ้ว้มีโอกาสจะมาบูชาพระเจดีย์ใหม่นะ แต่คราวหน้าต้องไปตอนเย็นหน่อยจะได้ไม่ร้อนมาก
ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
เดินวนดูเห็นยังมีที่แขวนกระดิ่งลม
เลยลงไปซื้อมาอันหนึ่ง 70 บาท ถวายเป็นพุทธบูชา
เสียงกระดิ่งลมที่ดังกรุ๊งกริ๊ง ช่างไพเราะเสียนี่กระไร
ความประทับใจวันนี้ก็ตรงเสียงกระดิ่งเนี่ยแหละ
มาฟังเสียงกระดิ่งลมกัน
จะกลับแล้ว เดินลงมาได้ครึ่งทางนึกขึ้นได้ว่าก่อนจะมาที่นี่ แวะร้านน้ำอบนางลอย
เราซื้อมาน้ำอบมาขวดหนึ่งนี่หน่า
เอาน้ำอบนี้ไปพรมพระเจดีย์ดีกว่า ก็เลยวิ่งกลับขึ้นไปใหม่
แล้วก็ต้องออกแรงดึงจุกขวดอยู่พักหนึ่ง กว่าจะแกะจุกได้เล่นเอาเหนื่อยเลย
บุญทำยากจริงหนอ
บูชากันให้หมดขวดเลย
อานิสงค์จากการไล้ทาพระเจดีย์ด้วยของหอม
Thursday, January 22, 2009
ภาพพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดในโลก..จากพิพิธภัณฑ์เมืองสารนาถ
ท่านที่เคยเข้าชมในพิพิธภัณฑ์เมืองสารนาถ พาราณสี ที่ แสดงปฐมเทศนาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความรู้สึกตรงกันว่า เสียดายที่ถูกห้ามนำกล้องมาถ่ายภายใน เพราะมีพระพุทธรูป ปางที่สวยงามมาก จนอยากจะถ่ายภาพไว้เป็นที่บูชาสักการะ...คราวนี้ผู้เขียนมีเพื่อนที่เป็นนัก ค้นคว้าพุทธสถาน ชาวอินเดีย ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์ ได้นำภาพถ่ายพุทธสถานต่าง ๆ ทั่วอินเดีย มาให้รวบรวมเป็นข้อมูล โดยแลกกับกล้องดิจิทัล ที่ได้นำมามอบให้ไปถ่ายภาพ พระพุทธสถาน พุทธรูปต่าง ๆ โดยต้องการภาพถ่ายเป็นการแลกเปลี่ยน จึงได้ภาพนี้มานำเสนอเพื่อให้ท่านที่สนใจศรัทธา สามารถโหลดเก็บไว้เพื่อการบูชาสักการะได้
พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา
องค์นี้เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในยุคสมัยคุปตะ (Gupta Period) ประมาณปี พ.ศ. ๘๐๐-๑๒๐๐ ยุคนี้ นับว่าเป็นยุคที่มีความเจริญสูงสุด แห่งพุทธศิลป์
พระ พุทธรูป ที่ถูกค้นพบ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ปางปฐมเทศนานี้ ถือกันว่า เป็นพุทธปฏิมาที่งดงามมาก แต่ก่อนนี้อินเดียมีการประกวดพุทธปฏิมา หากส่งพระพุทธรูปองค์นี้เข้าประกวด ก็จักได้รับการคัดเลือกว่าเป็นพุทธรูปที่งดงามที่สุดทุกครั้งไป นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดในโลกองค์หนึ่งก็ว่าได้...
ประจักษ์ วัฒนานุสิทธิ์ ใน หนังสือแนะนำศิลปอินเดีย หน้า ๑๐๑ กล่าวไว้ว่า
“ไม่มีรูปเคารพอื่นใด ที่จะสวยงามล้ำลึก ทั้งในความหมายและรูปแบบทางศิลปะ เทียบได้กับพระพุทธรูปองค์นี้ .”
องค์พระสร้างจากหินทรายเมืองจูนาร์ มีความสูงจากฐานถึงพระรัศมี ๑.๖ เมตร หน้าตักกว้าง๐.๗๙ เมตร ประทับนั่งในท่าขัดสมาธิเพชรบนพระแท่น พระ หัตถ์อยู่ในท่าทรงแสดงธรรม สื่อความหมายถึงการไขปริศนาธรรมที่ถูกปกปิดมานาน ด้านบนมีพระรัศมีแผ่เป็นวงกลม ปรากฎเป็นรูปเทวดา ๒ ตน กำลังโปรยดอกไม้บูชาพระพุทธองค์ ตรงกลางฐานพระพุทธรูปแกะสลักเป็นวงล้อพระธรรมจักรอยู่บนแท่น มีกวางสองตัวหมอบอยู่ทั้งสองข้าง มีรูปพระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ขนาบสองข้าง ด้านซ้ายมีรูปสลักสตรีและเด็ก สันนิษฐานว่า เป็นเจ้าภาพผู้สร้างองค์พระพร้อมบุตร
ปัจจุบันองค์พระพุทธรูปนี้ ประดิษฐานอยู่ ณ พิพิธภัณฑ์เมืองสารนาถ เปิดให้เข้าชมสักการะได้ทุกวัน เว้นวันศุกร์
Note: สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 8820 บินตรง สู่พาราณสี ทุกวันจันทร์ อังคาร พฤหัส และเสาร์
ที่มา http://www.oknation.net/blog/mylifeandwork/2009/01/22/entry-1
Sunday, November 2, 2008
Friday, July 25, 2008
.. บุญสลากภัต ..
เช้าวันนี้พวกเรานัดกันตั้งแต่เช้าตรู่
ต่างคนต่างเตรียมข้าวของกันมาหลายอย่าง
ทั้งถ้วยโถโอชาม ทั้งสำรับภัตตาหาร
พวกเรานัดกันไปร่วมทำบุญ "สลากภัต"
วัดเล็กๆ ในหมู่บ้านที่เงียบสงบไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สักเท่าไหร่
แค่ขับรถชั่วโมงหนึ่งก็ถึง อ.บ้านนา จ.นครนายก
วันนี้ที่วัดคึกคักด้วยญาติโยมคนในหมู่บ้านใกล้เคียง
ซึ่งว่าไปก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เครือญาติกันเกือบทั้งนั้น
บุญสลากภัตหรือใครจะเรียกว่าฉลากภัตรก็น่าจะได้
ก็คือการถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์
เพียงแต่เราต้องจัดเตรียมสำรับอาหาร
โดยไม่เจาะจงว่าจะถวายให้พระรูปไหน
เราต้องจับฉลากเลขเบอร์ของพระ
ได้เบอร์อะไร ก็ต้องนำอาหารที่เราเตรียมไปถวายพระรูปนั้น
ถึงเรียกกันว่า ฉลาก + ภัตตาหาร นั่นละ
แต่ไม่รู้เพี้ยนมายังไงถึงได้ออกมาเป็น "สลากภัต"
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯ เหมือนกันนะ
บางทีจับฉลากได้เป็นพระหนุ่ม หรือพระที่สูงวัย หรือรูปที่อาพาธ
อาหารที่เตรียมไว้จึงควรเป็นอาหารรสกลางๆ ไม่รสจัดเกินไปด้วยเหมือนกัน
ถ้าเป็นวัดในเมืองกรุง
เราอาจเห็นคนเมืองเอาอาหารใส่ถุงพลาสติกหรือกล่องโฟม
หิ้วใส่ถุงก๊อปแก๊ปขึ้นศาลาไปถวายอาหารเพล
แต่ที่วัดแห่งนี้
ชาวบ้านยังคงเก็บงำรักษาประเพณีเล็กๆ ของหมู่บ้านเอาไว้อย่างงดงาม
คนเฒ่าคนแก่นุ่งซิ่นผืนงามแต่งตัวกันเรียกว่าเต็มยศ
จัดเตรียมอาหารกันข้ามวันข้ามคืน
สำรับอาหารจะถูกบรรจงใส่ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างดี
จัดเรียงลงกระบุงขึ้นคานหาบ
เข้าใจว่าเมื่อก่อน ชาวบ้านคงเอาสำรับอาหาร
ใส่คานขึ้นหาบออกจากบ้านมาที่วัด
แต่ทุกวันนี้คงไม่ต้องลำบากลำบนขนาดนั้น
แค่เอาหาบใส่กระบะขับรถมาที่วัดได้ง่ายขึ้นเยอะ
ทุกครอบครัวเอาอาหารใส่หาบกันขึ้นมาบนศาลา
ทั้งคนเฒ่าคนแก่ ลูกหลานคนหนุ่มคนสาว
แต่เท่าที่ดูเห็นมีแต่คนแก่ๆ ผมสีดอกเลาเท่านั้นละที่หาบของขึ้นมา
ไม่ใช่ว่าหนุ่มๆ รุ่นลูกรุ่นหลานจะใจไม้ไส้ระกำ
ไม่ยอมมาช่วยคุณย่าคุณยายหาบของหรอกนะ
แต่ขืนให้พวกนี้มาหาบสำรับละก็นะ
กระดกขึ้นกระดกลงเป็นไม้กระดกสนามเด็กเล่น
มีหวังข้าวของระเนระนาดไม่ได้ไปทำบุญกันพอดี
ก็ยังดีใจที่ชาวบ้านยังอนุรักษ์การใช้คานหาบ
หาบสำรับอาหารขึ้นศาลามาถวายพระ
ขากลับก็ได้หาบบุญกลับบ้านกันไป
เหมือนได้หาบเงินหาบทองกลับไปเต็มกระบุงนั่นละ
คุณยายที่นั่งข้างๆ เล่าว่า
สมัยที่ยายยังสาวๆ อยากได้ชุดกระเบื้องเคลือบ
ไว้ใส่สำรับสลากภัตของตัวเองสักชุดนึง
ก็เลยไปรับจ้างเกี่ยวข้าวได้ค่าแรงไร่ละห้าสิบสตางค์
ค่อยๆ เก็บหอมรอมริดจนได้พอซื้อชุดกระเบื้องเคลือบ
โถชามสีขาวสะอาดพร้อมฝาปิดลายดอกไม้สีชมพูเล็กๆ
อย่างที่สมัยนี้คนกรุงเทพฯ จะเรียกว่าชามลาย Japanese Occupied
ยายเก็บเงินซื้อมาชุดละ 5 บาทแพงเอาการสำหรับสมัยนั้น
แล้วคุณยายก็ยกโถขึ้นมาใบหนึ่ง พลิกให้ดูที่ก้นถ้วยด้านล่าง
เขียนเลขเอาไว้ด้วยปากกาสีเลือนๆ "2502"
48 ปีแล้วนะ ชามใบนี้..คุณยายยิ้มอย่างภูมิใจ
พร้อมกับสายตาที่มีความสุขกับเรื่องราวของวันวาน
บนศาลาวัดวันนี้ คึกคักเนืองแน่นไปด้วยผู้คนญาติโยม
ต่างคนต่างหน้าตาอิ่มเอิบอิ่มบุญอิ่มใจ
โดยเฉพาะคนแก่เฒ่าคุณตาคุณยาย
ที่นั่งมองพระฉันภัตตาหารด้วยอาการสำรวม
อิ่มใจที่พระท่านฉันอาหารที่เตรียมไว้ได้เยอะ
อิ่มใจที่ได้เอาชุดสำรับที่เก่าเก็บมานมนานออกมาใช้แค่ปีละหน
แม้จะไม่สวยหรูเหมือนถ้วยชามเบญจรงค์สมัยใหม่
แต่ก็เป็นวัตถุที่เก็บงำความทรงจำเรื่องเล่าแห่งเงาอดีต
และเหนืออื่นใด
สุขใจ..ที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา กับลูก กับหลาน
ในวันที่ครอบครัว..เป็นครอบครัวกันพร้อมหน้า
เรื่องนี้้ประทับใจอย่างแรง
ทำให้เห็นว่าคนเมื่อก่อนมีศรัทธามหาศาลต่อพระพุทธศาสนามักจะเลือกสิ่ง ที่ดีๆ ไปถวายเป็นพุทธบูชา ดูแล้วถ้วยชามหรูหราเอาการมากๆ ไม่ได้มีโอกาสใช้ในชีวิตประจำวันเป็นแน่ และเรื่องที่คุณยายเล่าให้ฟังก็แสดงถึงความตั้งใจและศรัทธาที่เต็มเปี่ยมใน การทำบุญ
ดูผู้เฒ่า ผู้แก่ทำบุญแล้วรู้สึกดีจริงๆ เลย ^____^
บุญใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ ซะที่ไหน ไหนจะต้องตื่นแต่เช้า จัดเตรียมข้าวของ
ผู้ที่มีบุญมากเท่านั้นจึงจะสามารถทำบุญได้มาก บางคนตายเสียก่อนที่จะมางานบุญใหญ่เพี่ยงไม่กี่วันเท่านั้น
บางคนมัวแต่หาเงิน หรือใช้ชีวิตโดยลืมไปว่าเราจะต้องตายสักวันหนึ่ง
มีแต่บุญและบาปเท่านั้นที่ติดตัวเราไปยังภพหน้า