Wednesday, March 7, 2012

ภาพประเพณี”แห่ผ้าขึ้นธาตุ”"กวนข้าวยาคู”ผ้าพระบฏนานาชาติ”ที่เมืองคอน”ตอน 2

  • จากการที่ "เมืองคอน"มีประเพณีอันยิ่งใหญ่ "แห่ผ้าขึ้นธาตุ"กวนข้าวยาคู"ที่สืบทอดมาเป็นเวลาอันยาวนาน และปัจจุบันได้มีแห่ผ้าพระบฏนานาชาติห่มพระบรมธาตุ ซึ่งมีหลายชาติที่นับถือพระพุทธศาสนาได้ร่วมสืบสานประเพณีผ้าพระบฏห่มพระ บรมธาตุ ซึ่งในปีนี้ประเทศที่เข้าร่วม มี 12 ประเทศ และ"เมืองคอน"จะเป็นศูนย์รวมสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีไปชั่วลูกชั่วหลาน สำหรับภาพบรรยากาศในวันที่ 18 กพ.2554 ที่ยิ่งใหญ่มีภาพดังนี้
  • ผ้าพระบฏพระราชทาน

  • นิทรรศการผ้าพระบฏนานาชาติ ณ.สวนศรีธรรมโศกราช

  • ภาพกวนข้าว"ยาคูเมือง 12 นักษัตร"

  • ภาพแห่ผ้าขึ้นธาตุ"ภาคประชาชนและชมงาน"แห่ผ้าขึ้นธาตุ"

  • ประเพณี"แห่ผ้าขึ้นธาตุ"คงดำรงอยู่อีกนานแสนนานจากความศรัธาของหนูน้อยชาวพุทธ

  • ภาพแห่"ผ้าขึ้นธาตุ"ภาคราชการ

  • ฟ้อนรำถวายเป็นพุทธบูชาจากประเทศอินเดีย

  • ฟ้อนรำถวายเป็นพุทธบูชาจากประเทศลังกา

ภาพอดีตชาวประเทศลังกาฟ้อนรำถวายเป็นพุทธบูชา(ภาพจากหอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี)

  • ฟ้อนรำถวายเป็นพุทธบูชาจากประเทศจีน

  • ฟ้อนรำถวายจากประเทศไทย(เมืองคอน)

ภาพอดีตรำมโนราห็เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เมื่อ ร.ศ.117 พ.ศ.2458 และประมาณ พ.ศ.2500(ภาพจากศิลปากรที่ 14และสารนครศรีธรรมราช)



ที่มา http://www.gotonakhon.com/2011/02/19/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B2/

Tuesday, March 6, 2012

พุทธชยันตี ตักบาตรหนังสือดี ครั้งที่ 11 กราบพระบรมสารีริกธาตุ 6 มีนาคม 2555

พุทธชยันตี ตักบาตรหนังสือดี ครั้งที่ 11 กราบพระบรมสารีริกธาตุ 6 มีนาคม 2555
ที่อัมรินทร์ พลาซ่า
















ดร. ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่ากทม . เปิดงาน































ฟังธรรมตักบาตรหนังสือวันนี้ โดยพระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) วัดพระราม 9 เสียดายขาดช่วงแรก

















ดร. ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่ากทม . มายืนหลังท่านประธานพอดี

































เพลงบทปลงสังขาร (แบบโบราณ)



บทปลงสังขาร (แบบโบราณ)
เป็นบทสวดสำหรับพิจารณาความไม่เที่ยง
ความไพเราะของบทปลงสังขารอยู่ที่สาระของบทสวดที่กล่าวถึงความเป็นจริงของชีวิตมนุษย์­ที่เถียงไม่ได้

มนุษย์เราเอ๋ย เกิดมาทำไม นิพพานมีสุข
อยู่ใยมิไป ตัณหาหน่วงหนัก หน่วงชักหน่วงไว้
ฉันไปมิได้ ตัณหาผูกพัน ห่วงนั้นพันผูก
ห่วงลูกห่วงหลาน ห่วงทรัพย์ศฤงคาร จงสละเสียเถิด
จะได้ไปนิพพาน ข้ามพ้นสามภพ

ยามหนุ่มสาวน้อย หน้าตาแช่มช้อย งามแล้วทุกประการ
แก่เฒ่าหนังยาน แต่ล้วนเครื่องเหม็น เอ็นใหญ่เก้าร้อย
เอ็นน้อยเก้าพัน มันมาทำเข็ญ ให้ร้อนให้เย็น
เมื่อยขบทั้งตัว ขนคิ้วก็ขาว นัยน์ตาก็มัว

เส้นผมบนหัว ดำแล้วกลับหงอก หน้าตาเว้าวอก
ดูน่าบัดสี จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย
เหมือนดอกไม้โรย ไม่มีเกสร จะเข้าที่นอน
พึงสอนภาวนา พระอนิจจัง พระอนัตตา

เราท่านเกิดมา รังแต่จะตาย ผู้ดีเข็ญใจ
ก็ตายเหมือนกัน เงินทองทั้งนั้น มิติดตัวไป
ตายไปเป็นผี ลูกเมียผัวรัก เขาชักหน้าหนี
เขาเหม็นซากผี เปื่อยเน่าพุพอง หมู่ญาติพี่น้อง
เขาหามเอาไป เขาวางลงไว้ เขานั่งร้องไห้

แล้วกลับคืนมา อยู่แต่ผู้เดียว ป่าไม้ชายเขียว
เหลียวไม่เห็นใคร เห็นแต่ฝูงแร้ง เห็นแต่ฝูงกา
เห็นแต่ฝูงหมา ยื้อแย่งกันกิน ดูน่าสมเพช
กระดูกกูเอ๋ย เรี่ยร่ายแผ่นดิน แร้งกาหมากิน
เอาเป็นอาหาร เที่ยงคืนสงัด ตื่นขึ้นมินาน

ไม่เห็นลูกหลาน พี่น้องเผ่าพันธุ์ เห็นแต่นกเค้า
จับเจ่าเรียงกัน เห็นแต่นกแสก ร้องแรกแหกขวัญ
เห็นแต่ฝูงผี ร้องไห้หากัน มนุษย์เราเอ๋ย
อย่าหลงนักเลย ไม่มีแก่นสาร อุตส่าห์ทำบุญ
ค้ำจุนเอาไว้ จะได้ไปสวรรค์ จะได้ทันพระพุทธเจ้าจะได้เข้าพระนิพพาน

อะหัง วันทามิ สัพพะโส
อะหัง วันทามิ นิพพานะปัจจะโยโหตุ .

Friday, March 2, 2012

บทสวดมนต์ ธรรมจักร ทำนองอินเดีย พร้อมคำแปล ปรับปรุงใหม่

บทสวดมนต์ ธรรมจักร ทำนองอินเดีย พร้อมคำแปล ปรับปรุงใหม่