Monday, November 15, 2010

การถวายผ้ากฐินที่ถูกต้องควรทำอย่างไร? (ตอน๕)

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโส ข้าพเจ้ามีความสับสนเรื่องการถวายผ้ากฐินซึ่งมีอานิสงส์มาก ว่าการถวายผ้ากฐินอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เพราะบางวัดรับผ้าไตรจีวรตัดเย็บแล้ว บางวัดรับผ้าขาวไปตัดเย็บเอง และบางวัดก็ไม่ตัดเย็บใดๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปจนไม่รู้ว่า แบบไหนคือแบบที่ถูกต้อง

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโส ข้าพเจ้ามีความสับสนเรื่องการถวายผ้ากฐินซึ่งมีอานิสงส์มาก ว่าการถวายผ้ากฐินอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เพราะบางวัดรับผ้าไตรจีวรตัดเย็บแล้ว บางวัดรับผ้าขาวไปตัดเย็บเอง และบางวัดก็ไม่ตัดเย็บใดๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปจนไม่รู้ว่า แบบไหนคือแบบที่ถูกต้อง

ความเคารพอย่างสูง

“ศรัทธาธรรมส่องโลก”

วิสัชนา : อันกล่าวไว้ว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการควรกรานกฐิน องค์ ๘ ประการ คือ

๑. รู้จักบุพพกรณ์

๒. รู้จักถอนไตรจีวร

๓. รู้จักอธิษฐานไตรจีวร

๔. รู้จักการกราน

๕. รู้จักมาติกา

๖. รู้จักปลิโพธกังวล

๗. รู้จักการเดาะกฐิน

๘. รู้จักอานิสงส์กฐิน

ในอานิสงส์ของกฐินนั้น มีอยู่ ๕ ประการ ซึ่งภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้วทั้งหลายจะได้รับ คือ

๑. เที่ยวไปโดยไม่ต้องบอกลา

๒. เที่ยวจาริกไปโดยไม่ต้องถือเอาไตรจีวรไห้ ครบ ๓ ผืน

๓. ฉันคณโภชน์และปรัมปรโภชน์ได้

๔. เก็บอติเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา

๕. จีวรที่เกิดขึ้นในที่นั้นเป็นของควรได้แก่ พวกเธอ

ทั้งโอกาสขยายเขตจีวรกาลให้ยาวออกไปตลอด ๔ เดือน สำหรับในหัวข้ออื่นอีก ๗ ประการ สามารถหาอ่านได้จากตำรับตำราโดยทั่วไป ในที่นี้ขอยกมาเพื่อแสดงให้เห็นว่า “กฐินกรรม” นั้น มีรูปแบบ มีวิธีการ และมีระเบียบประเพณีปฏิบัติของสงฆ์ ซึ่งถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมายาวนาน ๒,๕๐๐ กว่าปี



ที่มา

http://www.posttoday.com/%E0%

การถวายผ้ากฐินที่ถูกต้องควรทำอย่างไร? (ตอน ๔)

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโส ด้วยข้าพเจ้ามีความสับสนเรื่องการถวายผ้ากฐินซึ่งมีอานิสงส์มาก ว่าการถวายผ้ากฐินอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เพราะบางวัดรับผ้าไตรจีวรตัดเย็บแล้ว บางวัดรับผ้าขาวไปตัดเย็บเอง และบางวัดก็ไม่ตัดเย็บใดๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปจนไม่รู้ว่า แบบไหนคือแบบที่ถูกต้อง

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโส ด้วยข้าพเจ้ามีความสับสนเรื่องการถวายผ้ากฐินซึ่งมีอานิสงส์มาก ว่าการถวายผ้ากฐินอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เพราะบางวัดรับผ้าไตรจีวรตัดเย็บแล้ว บางวัดรับผ้าขาวไปตัดเย็บเอง และบางวัดก็ไม่ตัดเย็บใดๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปจนไม่รู้ว่า แบบไหนคือแบบที่ถูกต้อง

มีพิธีการจากสำนักวัฒนธรรมฯ แห่งหนึ่งเป็นโฆษกบรรยายว่า “การถวายผ้ากฐินให้กับพระสงฆ์มหานิกายก็จะทำอย่างหนึ่ง ถวายให้กับพระสงฆ์ธรรมยุติก็จะทำอย่างหนึ่ง จึงให้สับสนว่า “ทำไมถือปฏิบัติไม่เหมือนกัน ทั้งที่เป็นพุทธศาสนาเดียวกัน”

ขอพระอาจารย์ช่วยแจกแจงแสดงเหตุผลให้หายสงสัยด้วยเถิด เพื่อจะได้ถึงบุญกุศลที่แท้จริงสำหรับชาวพุทธไทยเรา...

ความเคารพอย่างสูง

“ศรัทธาธรรมส่องโลก”

วิสัชนา : โดยเฉพาะการที่พระสงฆ์พูดเลียบเคียง ชักชวนให้ญาติโยมมาถวายผ้ากฐินให้กับวัดของตนนั้น เป็นวิบัติว่าด้วยข้อทำนิมิตและเลียบเคียง การกรานกฐินย่อมใช้ไม่ได้ นี่คือความบริสุทธิ์ของพระพุทธศาสนาที่ญาติโยมควรศึกษา และควรช่วยกันรักษาพระธรรมวินัยนี้ให้สืบเนื่องต่อไป

วิบัติอีกประการหนึ่ง คือ กาลวิบัติ หมายถึง การกรานกฐินนั้นมีช่วงกำหนดเขตกาล ไม่สามารถทำได้ทุกกาลสมัย ดังที่กล่าวไปแล้วว่าทรงอนุญาตให้กรานกฐินอยู่ในช่วงเวลาใด

วิบัติในข้อสุดท้าย คือ กิริยาที่ทำวิบัติ ก็คงได้แก่ การทำบุพพกรณ์ไม่ถูกต้อง หรือไม่ทำบุพพกรณ์เลยดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มีหลายแห่งรับผ้าไตรจีวรสำเร็จรูปมา ซึ่งไม่ได้รับผ้ากฐินอันเหมาะควรแก่การซัก กะ ตัด เย็บ ย้อม และพินทุ ที่เรียกว่า บุพพกรณ์ ๗ ประการ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น กิริยาที่ทำวิบัติ ทำให้การกรานกฐินย่อมใช้ไม่ได้ หรือแม้แต่การกล่าวคำกรานผ้าผิดไป เช่น จะกรานด้วยผ้าสบง กลับไปกล่าวเป็นผ้าจีวร เรียกว่า วิบัติกิริยา เช่นเดียวกัน

อาตมาได้นำเรื่อง “ผ้ากฐิน” มากล่าวโดยสรุปพอเข้าใจ เพื่อสาธุชนจะได้เทียบเคียงดูว่า ที่เราปฏิบัติกันอยู่ถูกต้องหรือไม่... หากกังขาในเรื่องใดๆ ก็ต้องถามเป็นเรื่องๆ ไป ในที่นี้จะให้หลักธรรมที่สาธุชนควรทราบและเข้าใจ เพื่อไม่ให้ถึงความวิบัติในบุญกิริยาที่ควรจะได้รับ จากการได้มีโอกาสถวายผ้ากฐิน ซึ่งปีหนึ่งก็มีครั้งเดียว

อันปรากฏตามเขตกาลกฐินที่พุทธานุญาตให้ประกอบ “กฐินกรรม” ได้ ดังที่กล่าวมา โดยมีประเด็นสำคัญคือ จำนวนพระภิกษุสงฆ์ในอาวาสแห่งนั้น จะต้องอยู่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาส (๓ เดือน) มีจำนวนตั้งแต่ ๕ รูปขึ้นไป และสามารถมีคุณสมบัติในการทำการกรานกฐินได้



ที่มา
http://www.posttoday.com/%E0%B

การถวายผ้ากฐินที่ถูกต้องควรทำอย่างไร? (ตอน ๓)

“ผ้ากฐินนั้น มิใช่ผ้าไตรจีวรที่ตัดเย็บเรียบร้อยแล้ว ที่ญาติโยมจัดซื้อมาถวายพระสงฆ์ เพราะถ้าตัดเย็บย้อมมาเรียบร้อยแล้ว พระสงฆ์ก็จะไม่ได้ทำการรับผ้ามาเพื่อทำการกรานกฐิน ซึ่งจะไม่ครบองค์คุณสมบัติในกฐินกรรม อันเป็นไปตามพุทธบัญญัติในพระพุทธศาสนา”

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

“ผ้ากฐินนั้น มิใช่ผ้าไตรจีวรที่ตัดเย็บเรียบร้อยแล้ว ที่ญาติโยมจัดซื้อมาถวายพระสงฆ์ เพราะถ้าตัดเย็บย้อมมาเรียบร้อยแล้ว พระสงฆ์ก็จะไม่ได้ทำการรับผ้ามาเพื่อทำการกรานกฐิน ซึ่งจะไม่ครบองค์คุณสมบัติในกฐินกรรม อันเป็นไปตามพุทธบัญญัติในพระพุทธศาสนา”

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโส ด้วยข้าพเจ้ามีความสับสนเรื่องการถวายผ้ากฐิน ซึ่งมีอานิสงส์มาก ว่า การถวายผ้ากฐินอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เพราะบางวัดรับผ้าไตรจีวรตัดเย็บแล้ว บางวัดรับผ้าขาวไปตัดเย็บเอง และบางวัดก็ไม่ตัดเย็บใดๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปจนไม่รู้ว่าแบบไหนคือแบบที่ถูกต้อง

พิธีการจากสำนักวัฒนธรรมฯ แห่งหนึ่งเป็นโฆษกบรรยายว่า “การถวายผ้ากฐินให้กับพระสงฆ์มหานิกายก็จะทำอย่างหนึ่ง ถวายให้กับพระสงฆ์ธรรมยุตก็จะทำอย่างหนึ่ง จึงให้สับสนว่า “ทำไมถือปฏิบัติไม่เหมือนกัน ทั้งที่เป็นพุทธศาสนาเดียวกัน”

ขอพระอาจารย์ช่วยแจกแจงแสดงเหตุผลให้หายสงสัยด้วยเถิด เพื่อจะได้ถึงบุญกุศลที่แท้จริงสำหรับชาวพุทธไทยเรา...

ความเคารพอย่างสูง

“ศรัทธาธรรมส่องโลก”

วิสัชนา : “อันสามารถย้อมสีสำหรับจีวรของพระได้” ซึ่งสีที่อนุญาตว่าใช้ได้นั้น คือ

๑.สีเหลืองเจือแดงเข้ม

๒.สีเหลืองหม่น

๓.สีกรัก

สำหรับสีที่ห้ามย้อมจีวร คือ สีคราม สีเหลือง สีแดง สีบานเย็น สีแสด สีชมพู และสีดำ

ดังนั้น ลักษณะผ้าสีขาวจึงเป็นสีนิยม ที่สาธุชนจะได้จัดทำมาเป็นผ้ากฐินเพื่อถวายสงฆ์ ตรงนี้จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า “ผ้ากฐินนั้น มิใช่ผ้าไตรจีวรที่ตัดเย็บเรียบร้อยแล้ว ที่ญาติโยมจัดซื้อมาถวายพระสงฆ์” เพราะถ้าตัดเย็บย้อมมาเรียบร้อยแล้ว พระสงฆ์ก็จะไม่ได้ทำการรับผ้ามาเพื่อทำการกรานกฐิน ซึ่งจะไม่ครบองค์คุณสมบัติในกฐินกรรม อันเป็นไปตามพุทธบัญญัติในพระพุทธศาสนา

สำหรับเครื่องบริวารทั้งหลายของ “ผ้ากฐิน” ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเงินทอง ของมีค่า เครื่องใช้ทั้งหลาย ที่ญาติโยมจัดหามา ซึ่งเรียกว่า บริวารผ้ากฐินนั้น มักจะน้อมนำถวายสงฆ์ โดยผู้ถวายไม่ได้จำกัดเฉพาะเจาะจงภิกษุผู้กรานกฐิน ก็คือว่า เป็นของสงฆ์ สงฆ์เป็นใหญ่ คือ ให้จัดการไปตามมติของสงฆ์

อนึ่ง ความวิบัติแห่ง “กฐินกรรม” มีอยู่ ๓ ประการ ซึ่งทำให้การกรานกฐินย่อมใช้ไม่ได้ คือ

๑.วัตถุวิบัติ

๒.กาลวิบัติ

๓.กิริยาที่ทำวิบัติ

วัตถุวิบัติ นั้น ก็คงต้องนึกถึงผ้าที่จะใช้กรานกฐินเป็นสำคัญ ซึ่งมีผ้าต้องห้ามอยู่ ๓ ชนิด ที่สาธุชนควรรับทราบ ได้แก่

๑.ผ้าที่ได้โดยไม่เป็นสิทธิ (ไม่ใช่เจ้าของ) ทำวิบัติ

๒.ผ้าที่ได้มาโดยอาการมิชอบ

๓.ผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์

ขอขยายความพอเข้าใจในส่วนของผ้า ซึ่งอาจจะทำให้ กฐินวิบัติ ได้ ดังที่กล่าวไปแล้วในส่วนวิบัติข้อที่ ๑ คือ ผู้ถวายผ้ามิได้มีกรรมสิทธิ์หรือเป็นเจ้าของผ้านั้น เช่น ขอยืมผ้าเขามา ฯลฯ ในข้อที่ ๒ ผ้าที่ได้มาโดยอาการมิชอบ คือ ทำนิมิตและพูดเลียบเคียง ในหัวข้อนี้ หากพูดให้เข้ากับกาลสมัยคือ พระสงฆ์ไปแสดงเจตนาพูดขอให้โยมนำผ้ากฐินมาทอดถวาย หรือพูดชักชวนโน้มน้าวโดยมีเจตนา เพื่อหวังให้ญาติโยมที่มิได้กล่าวปวารณาไว้ นำผ้าหรือวัตถุปัจจัยไทยทานทั้งหลายมาถวายตนหรือหมู่คณะ เรียกว่า พูดจาโน้มลาภ อันต้องอาบัติและเป็นวิบัติของกฐินกรรมนั้น และในข้อที่ ๓ ผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์ อันเป็นผ้าที่เขาถวายกฐินแล้ว แต่ภิกษุเก็บไว้ค้างคืน ไม่ได้ทำให้เสร็จในวันนั้น ผ้าเหล่านี้ท่านห้ามนำมาทำเป็นผ้ากฐิน ไม่ได้เป็นกฐินที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย


ที่มา

http://www.posttoday.com/%E0%B8

การถวายผ้ากฐินที่ถูกต้องควรทำอย่างไร? (ตอน ๒)

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโส วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย

โดย....พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโส วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย

ด้วยข้าพเจ้ามีความสับสนเรื่องการถวายผ้ากฐินซึ่งมีอานิสงส์มาก ว่าการถวายผ้ากฐินอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เพราะบางวัดรับผ้าไตรจีวรตัดเย็บแล้ว บางวัดรับผ้าขาวไปตัดเย็บเอง และบางวัดก็ไม่ตัดเย็บใดๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปจนไม่รู้ว่า แบบไหนคือแบบที่ถูกต้อง

มีพิธีการจากสำนักวัฒนธรรมฯ แห่งหนึ่งเป็นโฆษกบรรยายว่า “การถวายผ้ากฐินให้กับพระสงฆ์มหานิกายก็จะทำอย่างหนึ่ง ถวายให้กับพระสงฆ์ธรรมยุตก็จะทำอย่างหนึ่ง จึงให้สับสนว่า “ทำไมถือปฏิบัติไม่เหมือนกัน ทั้งที่เป็นพุทธศาสนาเดียวกัน”

ขอพระอาจารย์ช่วยแจกแจงแสดงเหตุผลให้หายสงสัยด้วยเถิด เพื่อจะได้ถึงบุญกุศลที่แท้จริงสำหรับชาวพุทธไทยเรา......

ความเคารพอย่างสูง

“ศรัทธาธรรมส่องโลก”

วิสัชนา : เพื่อถวายสงฆ์ในส่วนความเป็นบริวารของผ้ากฐิน จึงสามารถที่จะจัดทำได้ตามกำลังความศรัทธาของญาติโยม

ประเด็นสำคัญ จึงต้องอยู่ที่ “ผ้ากฐิน” อันเป็นองค์ประธานของปัจจัยที่น้อมถวายตามกาลทาน ซึ่งเป็นทานที่จำกัดเขตกาล หรือเป็นไปตามกาลเฉพาะ ไม่เป็นไปตามกาลทั่วๆ ไป

คำว่า “กฐิน” มีชื่อมาจากไม้สะดึงที่ไว้ลาดหรือกางออกเพื่อขึงเย็บจีวร พูดให้เข้าใจง่ายๆ ไม้สะดึง คือ ไม้แบบที่ใช้สำหรับขึง เพื่อตัดเย็บจีวรนั่นเอง โดยกฐินหรือการรับผ้ากฐินของสงฆ์นั้นจัดเป็นสังฆกรรมอย่างหนึ่งใน ๔ อย่าง คือจัดเป็นญัตติทุติยกรรม หมายถึง จะต้องเผดียงสงฆ์หรือประกาศให้สงฆ์ทราบว่า ต่อไปนี้จะทำอะไร เรื่องอะไรในสังฆกรรม (กรรมที่สงฆ์พึงทำ และให้มีการสวดอนุสาวนา ๑ ครั้ง (อนุสาวนา หมายถึง คำประกาศความปรึกษาและตกลงของสงฆ์) โดยในส่วนของกฐินนั้น

นอกจากจะจัดเป็นญัตติทุติยกรรมแล้ว ยังมีอปโลกนกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องในช่วงต้น (อปโลกนกรรม แปลว่า กรรมที่ทำด้วยการบอกกันในที่ประชุมสงฆ์ ไม่ต้องตั้งญัตติ ไม่ต้องสวดอนุสาวนา) ในช่วงของการให้ผ้ากฐิน เพื่อจะมอบให้กับพระภิกษุรูปหนึ่งรูปใดนั้นก็จะต้องมีธรรมเนียมในการขอปรึกษาหารือกันท่ามกลางสงฆ์ ว่าจะตกลงกันเป็นอย่างไร จะมอบให้ภิกษุรูปใด และการอปโลกน์ให้ผ้าบริวารผ้ากฐินก่อน แล้วจึงสวดกรรมวาจาที่กล่าวนั้นเป็นเรื่องของฝ่ายสงฆ์ ที่จะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน ซึ่งสาธุชนควรจะทราบไว้ด้วย เพื่อประโยชน์ในการสืบอายุพระพุทธศาสนา

ประเด็นสำคัญของสาธุชนผู้มีศรัทธาพึงควรทราบว่า จำนวนพระสงฆ์ผู้จะให้ผ้ากฐินนั้นต้องมีจำนวนอย่างน้อย ๕ รูป จึงมีคุณสมบัติที่จะรับผ้ากฐินไปดำเนินกฐินกรรม มีการกรานกฐินเป็นสำคัญ โดยเหตุที่กำหนดสงฆ์ไว้ให้มีจำนวน ๕ รูปนั้น เพราะจะต้องเป็นผู้รับผ้ากฐินเสียรูปหนึ่ง ที่เหลืออีก ๔ รูปจะได้เข้าเป็นจำนวนสงฆ์ คือครบองค์สงฆ์ มากกว่า ๕ รูปใช้ได้ น้อยกว่า ๕ รูปใช้ไม่ได้ ตรงนี้จึงขอหมายเหตุเป็นสำคัญ ให้สาธุชนได้มีความเห็นอันตรงกันว่า ในอาวาสหรือวัดใดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาส หรือ ๓ เดือน ในฤดูกาลฝน และอยู่ครบจำนวน ๕ รูปขึ้นไป เป็นผู้ไม่ขาดพรรษาตามพระธรรมวินัย จึงจะมีอานิสงส์รับผ้ากฐินได้ตามเขตกฐินปกติ เพื่อทำการกรานกฐิน ซึ่งระบุสิทธิของภิกษุผู้กรานกฐินไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องประกอบด้วยองค์กำหนด ๓ ประการ คือ

๑.เป็นผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาสไม่ขาด

๒.อยู่ในอาวาสเดียวกัน

๓.ภิกษุมีจำนวนตั้งแต่ ๕ รูปขึ้นไป

ซึ่งถ้าภิกษุได้กรานกฐินแล้ว เขตกฐินก็จะยืดออกไปอีก ๔ เดือน คือ ตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔

สำหรับคำว่า “การกรานกฐิน” นั้น เป็นการดำเนินการของฝ่ายพระสงฆ์ที่มีองค์คุณสมบัติครบ “ตามสิทธิของภิกษุผู้กรานกฐิน” คือ เมื่อมีผ้าเกิดขึ้นแก่สงฆ์ในกาลเช่นนั้น พอจะจัดทำเป็นไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งได้ สงฆ์พร้อมใจกันยกให้แก่ภิกษุรูปใด เพื่อประโยชน์แห่งการกราน ภิกษุผู้นั้นรับผ้านั้นแล้วให้เอาไปทำเป็นจีวรให้แล้วเสร็จภายในวันนั้น (ภายในสันหนึ่งคืนหนึ่ง ก่อนรุ่งอรุณของวันใหม่) และนำมาบอกแก่ภิกษุผู้ยกผ้านั้นให้เพื่ออนุโมทนา ภิกษุเหล่านั้นร่วมอนุโมทนาแล้วจะได้รับอานิสงส์กฐินเช่นเดียวกันกับภิกษุผู้รับผ้ากฐินอันสงฆ์ให้แล้วไปทำจีวร จึงต้องทำบุพกรณ์ให้แล้วเสร็จภายในวันนั้น

จากการรับผ้ากฐินหรือผ้าขาวผืนนั้นที่สาธุชนเจ้าของผ้าน้อมถวายมา โดยบุพกรณ์มีอยู่ ๗ ประการ ที่พระสงฆ์ผู้ได้รับผ้ากฐินมาต้องกระทำ ได้แก่

๑.ซักผ้า

๒.กะผ้า

๓.ตัดผ้า

๔.เนาผ้าที่ตัดแล้ว

๕.เย็บเป็นจีวร

๖.ย้อมจีวรที่เย็บแล้ว

๗.ทำกัปปะ คือพินทุ

หมายเหตุสำคัญตรงนี้ จึงขอตอบให้ชัดเจนว่า “ผ้ากฐิน คือ ผ้าใหม่ หรือผ้าเทียมใหม่ หรือผ้าเก่า หรือผ้าบังสุกุล หรือผ้าตกตามร้านที่มีลักษณะเป็นสีขาว


ที่มา

http://www.posttoday.com/%E0%B

การถวายผ้ากฐินที่ถูกต้องควรทำอย่างไร? (ตอน๑)

ปุจฉา : กราบเรียนพระอาจารย์ ข้าพเจ้ามีความสับสนเรื่องการถวายผ้ากฐินซึ่งมีอานิสงส์มาก ว่าการถวายผ้ากฐินอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เพราะบางวัดรับผ้าไตรจีวรตัดเย็บแล้ว บางวัดรับผ้าขาวไปตัดเย็บเอง และบางวัดก็ไม่ตัดเย็บใดๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปจนไม่รู้ว่า แบบไหนคือแบบที่ถูกต้อง

โดย....พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบเรียนพระอาจารย์ ข้าพเจ้ามีความสับสนเรื่องการถวายผ้ากฐินซึ่งมีอานิสงส์มาก ว่าการถวายผ้ากฐินอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เพราะบางวัดรับผ้าไตรจีวรตัดเย็บแล้ว บางวัดรับผ้าขาวไปตัดเย็บเอง และบางวัดก็ไม่ตัดเย็บใดๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปจนไม่รู้ว่า แบบไหนคือแบบที่ถูกต้อง

ความเคารพอย่างสูง

“ศรัทธาธรรมส่องโลก”

วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก่อนที่จะวิสัชนาในปัญหาเรื่องของการถวายผ้ากฐิน ใคร่ขอแจ้งให้โยมแสงจันทร์ฉาย สงวนสุข ซึ่งมีจดหมายเข้ามาขอหนังสือธรรมส่องโลกรวมเล่ม ว่าได้มอบให้ทางวัดป่าฯ จัดส่งเล่ม ๑๒๓ ไปให้แล้ว ในส่วนคำถามที่ว่า “ดิฉันอยากทำบุญกับทางวัด จะส่งด้วยวิธีใดได้บ้าง” ก็ขอแนะนำให้ส่งเป็นธนาณัติไปถึงวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย อ.เมือง จ.ลำพูน โดยตรงเลย และจดหมายอีกฉบับหนึ่งจาก น.ส.นิลวรรณ ลีอังกูรเสถียร สถาบันพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กรุงเทพฯ ที่ได้มีอีเมลมาขอหนังสือธรรมส่องโลกรวมเล่ม ๑๒๓ ได้แจ้งให้วัดป่าพุทธพจน์ฯ จัดส่งไปให้แล้ว หากมีเหตุขัดข้องประการใด แจ้งมาให้อาตมาทราบด้วย จะได้ช่วยดำเนินการให้ต่อไปตามประสงค์

สำหรับคำถามของ “โยมที่ไม่มีชื่อมา” ในเรื่องความสับสนของการถวายผ้ากฐินนั้น ก็คงเป็นเรื่องปกติของสังคมยุคนี้ ที่ต่างความคิด ต่างการกระทำ และเริ่มล่วงเกินพระธรรมวินัยของพระตถาคตเจ้ากันมากขึ้น โดยยึดความเห็นหรือทิฏฐิของตนเป็นใหญ่ เพื่อจะได้คลายความสับสนของศรัทธาสาธุชน ซึ่งกำลังเร่งปลูกร่างสร้างบุญกุศล โดยเฉพาะในสมัยที่ยังอยู่ในเขตกาลถวายผ้ารับผ้ากฐินได้ ซึ่งจะอยู่ในระหว่างตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ (๒๔ ต.ค. ๒๕๕๓) จนถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ (๒๑ พ.ย. ๒๕๕๓) เราจึงเห็นการเชิญชวนกันไปร่วมเป็นเจ้าภาพถวายผ้ากฐินตามวัดต่างๆ กันมากมาย มีการชักชวนจัดหาบริวารผ้ากฐินกันตามแต่ประสงค์ของคณะศรัทธา เช่น การสร้างครุภัณฑ์อุปกรณ์ต่างๆ หรือการจัดสร้างเสนาสนะ อุโบสถ วิหาร พระเจดีย์ กุฏิ หรือห้องน้ำ ฯลฯ

ที่มา

http://www.posttoday.com/%E0%B8%98%E0